ข้อมูลเกี่ยวกับภาษี
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือภาษีที่เก็บจากบุคคลธรรมดาหรือหน่วยภาษีลักษณะพิเศษ ที่มีรายได้ตามกฎหมาย โดยต้องแสดงรายได้ทั้งหมดภายในปีนั้น เพื่อพิจารณาว่าถึงเกณฑ์ที่ต้องจ่ายภาษีหรือไม่
- ภ.ง.ด. 90 คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉพาะคนที่มีรายได้จากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือจากกิจการของตัวเอง และ ภ.ง.ด. 91 คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉพาะผู้ที่มีรายได้จากการจ้างงาน
- คนที่ต้องยื่นภาษี คือผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 120,000 บาทต่อปีขึ้นไป และรวมรายได้อื่นตั้งแต่ 60,000 บาทต่อปีขึ้นไป ส่วนคนที่สมรสแล้วต้องมีเงินเดือนตั้งแต่ 220,000 บาทต่อปีขึ้นไป และรวมรายได้อื่นอีก ตั้งแต่ 120,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- โดยจะมีกำหนดการจ่ายภาษีปีละครั้ง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมกราคม จนถึงวันที่ 31 เดือนมีนาคมของปีถัดไป
ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 ต่างกันอย่างไร
ต่อไปมาทำความรู้จัก ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 เพิ่มเติมว่าคืออะไร เพื่อที่ตอนยื่นภาษี จะได้เข้าใจอย่างถูกต้องและไม่สับสน
ภ.ง.ด. 90
ภ.ง.ด. 90 คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉพาะผู้ที่มีรายได้ในกรณีทั่วไป เช่น รายได้ที่มาจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือจากกิจการของตัวเอง โดยผู้ที่ต้องยื่นภาษีแบบ ภ.ง.ด. 90 คือผู้ที่มีรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) ถึง (8) แห่งประมวลรัษฎากรแบบหลายประเภท หรือประเภทเดียว ดังนี้
- คนโสดที่มีรายได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท
- คู่สมรสทั้งสองฝ่ายหรือแค่ฝ่ายเดียว ที่มีรายได้พึงประเมินเกิน 120,000 บาท
- กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ที่มีรายได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท
- ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล ที่มีรายได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท
- คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ที่มีรายได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท
วิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ที่มีรายได้พึงประเมินเกิน 60,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,800,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามเงื่อนไขที่ประกาศ
ภ.ง.ด. 91
ภ.ง.ด. 91 คือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉพาะผู้ที่มีรายได้จากการจ้างงาน โดยผู้ที่ต้องยื่นภาษีแบบ ภ.ง.ด. 91 คือผู้ที่มีรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากรประเภทเดียว ที่ได้รับจากการจ้างงาน ดังนี้
- คนโสดที่มีรายได้พึงประเมินเกิน 120,000 บาท
- คู่สมรสทั้งสองฝ่าย หรือแค่ฝ่ายเดียว ที่มีรายได้พึงประเมินรวมกันเกิน 220,000 บาท
คนกลุ่มไหนที่ควรต้องยื่นภาษีบ้าง?
หากจะถามว่าใครจะต้องยื่นภาษีบ้าง? ตอบได้เลยว่า ‘ทุกคนที่มีรายได้’ ต้องยื่นภาษี แต่ก็มีรายละเอียดหรือเงื่อนไขการจ่ายภาษีเพิ่มเติมอีก ดังนี้
- คนโสด: ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน หรือ 120,000 บาทต่อปี และรวมรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนอีก ตั้งแต่ 5,000 บาทต่อเดือน หรือ 60,000 บาทต่อปี
- คนที่สมรสแล้ว: ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 18,333 บาทต่อเดือน หรือ 220,000 บาทต่อปี และรวมรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนอีก ตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน หรือ 120,000 บาทต่อปี
คนกลุ่มไหนที่ควรต้องยื่นภาษีบ้าง?
หากจะถามว่าใครจะต้องยื่นภาษีบ้าง? ตอบได้เลยว่า ‘ทุกคนที่มีรายได้’ ต้องยื่นภาษี แต่ก็มีรายละเอียดหรือเงื่อนไขการจ่ายภาษีเพิ่มเติมอีก ดังนี้
- คนโสด: ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน หรือ 120,000 บาทต่อปี และรวมรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนอีก ตั้งแต่ 5,000 บาทต่อเดือน หรือ 60,000 บาทต่อปี
- คนที่สมรสแล้ว: ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 18,333 บาทต่อเดือน หรือ 220,000 บาทต่อปี และรวมรายได้อื่นที่ไม่ใช่เงินเดือนอีก ตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน หรือ 120,000 บาทต่อปี
ผลการยื่นภาษีแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
หลังจากยื่นภาษีเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงผลการยื่นภาษีว่าต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร มีชำระไว้เกินไหมหรือกรณีที่ไม่ต้องชำระภาษีเพิ่มเติม แล้วจะต้องทำอย่างไรต่อจากนั้น ไปดูกัน
กรณีไม่มีภาษีต้องชำระเพิ่ม หรือชำระไว้เกิน
หากไม่มีภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม ระบบจะแจ้งผลการยื่นแบบและหมายเลขอ้างอิง รวมทั้งออกเอกสารแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพร้อมกับใบเสร็จรับเงิน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นแบบนั่นเอง
สำหรับกรณีที่ชำระภาษีไว้เกิน กรมสรรพากรจะอนุมัติคืนภาษีให้ทันที โดยสามารถเลือกรับขอเงินคืนได้ทางพร้อมเพย์ หรือบัญชีธนาคารกรุงไทย พร้อมกับติดตามสถานะการคืนเงินได้ที่ https://refundedcheque.rd.go.th/itp_x_tw/index.html
กรณีมีภาษีต้องชำระเพิ่ม
ส่วนในกรณีที่มีภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติมก็สามารถเลือกช่องทางชำระภาษีได้หลายช่องทาง เช่น E-Payment, QR Code, Internet Credit Card, ATM on Internet และบัตรภาษี หรือช่องทางอื่นๆ เช่น Pay-In Slip ผ่านช่องทาง Counter Service และ Tele-Banking
ทั้งนี้หากมียอดภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้ถึง 3 งวดเท่าๆ กัน โดยจะไม่คิดดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม หากจ่ายในวันที่กำหนด แต่ถ้าไม่จ่ายภายในวันที่กำหนดจะคิดดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีงวดที่เหลือ ซึ่งระบบจะคำนวณยอดที่ต้องชำระ พร้อมกำหนดวันที่ต้องชำระให้ทั้ง 3 งวด และจะมี SMS จากกรมสรรพากร เพื่อแจ้งเตือนเมื่อครบกำหนดวันที่ต้องชำระ
ข้อคิดเห็น
0 ข้อคิดเห็น
โปรด ลงชื่อเข้าใช้ เพื่อแสดงข้อคิดเห็น